Glengarry Glen Ross’ เกมชีวิต เกมส์ธุรกิจ

Glengarry Glen Ross' เกมชีวิต เกมส์ธุรกิจ

Glengarry Glen Ross’ เกมชีวิต เกมส์ธุรกิจ

Glengarry Glen Ross’ เกมชีวิต เกมส์ธุรกิจ

เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว มีหนังชื่อ Glengarry Glen Ross ออกฉาย แม้หนังจะไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ แต่ก็ได้รับคำชื่นชมในระดับหนึ่ง Glengarry Glen Ross ดัดแปลงมาจากบทละครรางวัลพูลิซเซอร์เมื่อปี 1984 พอมาทำเป็นหนังก็ได้โดย เดวิด มาเม็ต คนเขียนบทคนเดิมมาดัดแปลงเป็นบทหนังให้ เนื้อหาไม่มีอะไรมากไปกว่าด้วยชีวิตของเซลส์แมนหรือนายหน้าในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่มหนึ่งที่ต้องผจญวิบากรรมร่วมกันในช่วงเวลาสองวัน ตัวหนังไม่มีเหตุการณ์ใดใดมากกว่าแค่ในออฟฟิศของพวกเขา ทว่าภายในห้องทำงานพื้นที่ไม่กี่ตารางเมตรนั้น กลับเต็มไปด้วยพลังอันพลุ่งพล่านจากการแสดงของทีมนักแสดงมากฝีมือ ทั้งรุ่นใหญ่ รุ่นเล็ก (ในปี ค.ศ.นั้น) ไม่ว่าจะเป็น แจ็ม เลมม่อน, อัล ปาชิโน, เอ็ด แฮร์ริส, อลัน อาร์กิ้น, เควิน สเปซีย์ และโจนาธาน ไพร์ซ โดยมีอเล็ก บอลด์วิน มาในบทรับเชิญสั้นๆ ตัวละครทั้งหมดมีบทบาทและกระจายน้ำหนักกันไปอย่างทั่วถึง
หนังบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน 2 วัน กับภารกิจเดิมๆ ที่เหล่าเซลส์แมนจะได้รับรายชื่อและเบอร์โทรศัพท์ลูกค้าให้ออกไปติดต่อเพื่อหาทางปิดการขายให้ได้ไม่ว่าจะโดยวิธีใดก็ตาม แต่ในวันนั้นดูเหมือนเซลส์แมนแต่ละคนโชคไม่เข้าข้าง เพราะไม่มีใครปิดการขายได้เลย ไม่ว่าจะเป็น เชลลี่ เลวีน ฉายา “เดอะแมชชีน”(แจ็ค เลมม่อน) ที่ถูกลูกค้าปฏิเสธไล่ออกจากบ้าน แม้จะเป็นลูกค้าเก่าแก่ที่สนิทชิดเชื้อกันมาก่อนก็ตาม รวมถึงสองคู่หู เดฟมอส (เอ็ด แฮร์ริส) และ จอร์จ อโรนาว (อลัน อาร์กิน) ที่ทั้งคู่ถึงขั้นวางแผนจะไปขโมยรายชื่อลูกค้ามาเก็บไว้เสียเอง และริคกี้ โรมา (อัล ปาชิโน) เซลส์แมนตัวพ่อก็ไม่สามารถปิดการขายได้ง่ายๆ กับลูกค้าที่คิดว่าจะหลงคารมเขาซ้ำร้ายเมื่อกลับมาออฟฟิศ ทั้งหมดยังถูกเบลค (อเล็ก บอลด์วิน) หัวหน้าเซลส์ที่ถูกส่งมาจากสำนักงานใหญ่ขู่ว่า ใครทำยอดไม่ได้จะถูกไล่ออก ส่วนใครขายก็มีรางวัลให้อย่างงาม เมื่อเหล่าบรรดาเซลส์แมนถูกกดดัน ต่างคนจึงพยายามหาทางทำยอดขายให้ได้
วันรุ่งขึ้น เซลส์ทุกคนถูกเรียกตัวมาที่ออฟฟิศ หลังเกิดเหตุจารกรรมเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ละคนถูกตำรวจเรียกไปสอบสวนลับเฉพาะตัวต่อตัว ซึ่งระหว่างนาทีที่รอนี้เอง เซลส์แมนแต่ละคนก็พรั่งพรูความในใจ สำรอกอารมณ์เก็บกดข้างในออกมาอย่างทะลักล้น
ไม่เพียงปอกเปลือกอาชีพเซลส์แมน แต่ Glengarry Glen Ross ยังเปิดเปลือยกมลสันดานการเอาตัวรอดและความเห็นแก่ตัวของผู้คน ยิ่งในฉากท้ายๆ ที่เซลส์แมนแต่ละคนรู้ว่า ตัวเลขสวยหรูจากการปิดการขายก่อนหน้านั้น กำลังจะสูญสลายหายไปต่อหน้าต่อตา เราทั้งสมน้ำหน้าและสมเพชในชะตากรรมที่พวกเขาต่างแบกรับ
นี่คือหนังที่โดดเด่นมากในเรื่องการแสดง เป็นหน้าที่ระดมนักแสดงชายมาประชันฝีมือกันชนิดไม่มีใครยอมใคร การแสดงของ แจ็ค เลมม่อน นั้น ถือว่าลอยตัว โดยไม่มีใครเทียมเทียบได้ กับบทของเซลส์แมนอาวุโส ที่อนาคตในอาชีพดูเหมือนจะตีบตันและสั้นลงเรื่อยๆ สวนทางกับอายุที่เพิ่มขึ้น อุบายและกลวิธีทุกๆ อย่างที่ ‘เชลลี่’ ใช่ต่อรองหลอกล่อลูกค้า รวมทั้งสิ่งที่เขาได้รับการปฏิบัติจากเพื่อนร่วมงานรุ่นน้อง ทำให้เราเข้าใกล้ความจริงที่ว่า ความยิ่งใหญ่ของมนุษย์นั้นไม่เคยจีรังยั่งยืนแม้แต่น้อย และบทนี้เองที่ทำให้ แจ็ค เลมม่อน คว้ารางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม Volpi Cup จากเทศกาลหนังนานาชาติเวนิส ประเทศอิตาลี ในปี 1992 (ซึ่งปีเดียวกันนี้เอง กงลี่ ก็คว้ารางวัล Volpi Cup ในฐานะนักแสดงนำฝ่ายหญิง จากเรื่องThe Story of QiuJu)
ดูเหมือนเรื่องราวของเหล่าเซลส์แมนใน “Glengarry Glen Ross” จะสะท้อนความเป็นจริงในอาชีพงานขาย หลายครั้งหนังเรื่องนี้ถูกนำมาใช้ประกอบการบรรยายในงานสัมมนาหรือฝึกอบรมเกี่ยวกับงานขายในหลายๆ องค์กรแม้หนังจะเต็มไปด้วยบทสนทนา และหลายๆ ฉากที่ตัวละครสบถแต่ถ้อยคำหยาบคายออกมา อย่างน้อยหนังจะพยายามเสียดสีถากถางผู้คน โดยเฉพาะอาชีพที่ทำงานโดยต้องอาศัยการเจรจาหว่านล้อม ยิ่งต้องถึงขั้นเกลี้ยกล่อมเพื่อปิดการขายให้ได้ มธุรสวาจาที่เหล่าเซลส์แมนต้องยกมาเอ่ยอ้างกับลูกค้า มันช่างสวนทางกับคำผรุสวาทที่ผุดพรายมาจากของพวกเขา ที่ต้องตะเบ็งใส่กันทั้งเพื่อระบายอารมณ์ และเรียกร้องปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง

** ภาพ BLUERAY MASTER เสียงไทย นะจ๊ะ **

[expand title=”ดูความละเอียดสูงคลิกที่นี่ IPhone Ipad HD”]

http://r16---sn-30a7dn7s.googlevideo.com/videoplayback?id=a494d05d80c18a45&itag=37&source=picasa&ip=180.183.41.26&ipbits=0&expire=1406201089&sparams=expire,id,ip,ipbits,itag,source&signature=80FD51918BCCAC3C2B2880F05D40DBE2873D8464.34DE2E7C9C3BBDBEC4CD8BF35838018944BA807E&key=cms1&begin=0&cm2=0&cms_redirect=yes&ms=nxu&mt=1403609382&mv=m&mws=yes

[/expand]

** ภาพ BLUERAY MASTER เสียงไทย นะจ๊ะ **